01 พฤศจิกายน 2553

UniCity ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า


ยูนิซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (UniCity International Inc.)ได้คิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขั้นสูง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีล่าสุดทางวิทยาศาสตร์โภชนาการ และการแพทย์มาเป็นเวลากว่า 15 ปีแล้ว UniCity ได้กระจายผลิตภัณฑ์เสริมโภชนาการที่ก้าวหน้าและปลอดภัยที่สุดสู่คนนับล้านคน ทั่วโลก

โดยมีความ มุ่งมั่นในการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์โภชนาการ ยูนิซิตี้อุทิศทุ่มเทในการค้นคว้าวิจัย การศึกษาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการ ดูแลสุขภาพที่สูงขึ้น UniCity ได้มีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน ทำให้พวกเขารู้สึกดีขึ้น ดูดีขึ้น และมีชีวิตที่ดีขึ้น ยูนิซิตี้ได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในวงการผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเห็นได้จากการที่ได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ นักโภชนาการ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ อีกทั่วโลก ความโดดเด่นที่แท้จริงของ UniCity เห็นได้ชัดเจนจากการอุทิศทุ่มเทในการพัฒนาและวิจัย ซึ่งสามารถเห็นได้จากการความสัมพันธ์อันดีต่อสถาบันชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก

ประวัติบริษัทยูนิซิตี้ (UniCity International)ราก ฐานของบริษัท ยูนิซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หยั่งลึกกว่าเกือบทุกบริษัทอื่นๆ ในธุรกิจแบบเครือข่ายในโลก UniCity ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2001 จากการควบรวมของสองบริษัทธุรกิจแบบเครือข่ายที่ประสบผลสำเร็จ นั่นคือบริษัท เร็กซ์ซอลล์ โชว์เคส อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัท เอ็นริช อินเตอร์เนชั่นแนล

บริษัท เร็กซ์ซอลล์ ดรัก เริ่มมีแฟรนไชส์ร้านขายยาแห่งแรกและเป็น ฺBrand ที่ได้รับการยอมรับในประเทศสหรัฐอเมริกามากว่า 100 ปี ในช่วงเวลาที่รวมกิจการ บริษัท เร็กซ์ซอลล์ โชว์เคส แผนกธุรกิจเครือข่ายของเร็กซ์ซอลล์ ดำเนินธุรกิจมาได้ 11 ปี ในขณะที่บริษัท เอ็นริช อินเตอร์เนชั่นแนล ดำเนินธุรกิจมาได้ 18 ปี ทั้งสองบริษัทต่างก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์เพื่อ สุขภาพ ผลิตภัณฑ์ต่อต้านอายุ และตลาดด้านสุขภาพที่สมบูรณ์

UniCity International ได้ขยายอาณาเขตนอกเหนือประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศแคนาดา และปัจจุบันยูนิซิตี้ได้ขยายธุรกิจเข้าไปในประเทศเวเนซูเอล่า โคลัมเบีย ญี่ปุ่น เกาหลี ตุรกี ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ แม๊กซิโก เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย บรูไน เยอรมัน สวีเดน สหราชอาณาจักร ฮ่องกง ฯ

ด้วย ประวัติที่ยาวนานและประสบการณ์ที่ชำนาญของยูนิซิตี้ ทำให้ Unicity สามารถสร้างแผนผลตอบแทนที่เป็นจริง และอยู่บนพื้นฐานของความรู้ ซึ่งบริษัทในธุรกิจเครือข่ายอื่นไม่สามารถทำได้ พวกเราทุกคนล้วนมีความต้องการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อช่วยเหลือท่านให้ประสบความสำเร็จ

เกี่ยวกับยูนิซิตี้ (About Unicity)
UniCity International Inc.เป็นบริษัทเพื่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีโดยมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาด้าน วิทยาศาสตร์ โภชนาการ ด้วยความอุทิศทุ่มเทในการค้นคว้าวิจัย การศึกษาและการพัฒนาใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการ ดูแลสุขภาพที่สูงขึ้น UniCity ได้มีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยการช่วย ให้พวกเขารู้สึกดีขึ้น ดูดีขึ้น และชีวิตที่ดีขึ้น

UniCity ได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในวงการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งเห็นได้ จากการที่ได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ นักโภชนาการนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ อีกทั่วโลก ความโดดเด่นที่แท้จริงของ UniCity เห็นได้ชัดเจนจากการ อุทิศทุ่มเทในการวิจัย ซึ่งปรากฏให้เห็นได้จากการที่มีความสัมพันธ์อันดีกับสถาบันชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ดังนี้

Stanford University
University of Washington
Stillwater Heart Center
Vanderbilt University
Angeles University Foundation Medical Center
University of Nevada Las Vegas
The Cleveland Clinic
University of Texas
UniCity ยังได้มีส่วนส่งมอบโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้กับทุกๆ คน เพื่อส่งเสริมบุคคลเหล่านั้นให้มีชีวิตที่มีความสุขขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น และมีชีวิตที่เพียบพร้อมมากยิ่งขึ้น

ยูนิซิตี้เราทำชีวิตที่ดีกว่า (Unicity Make Life Better)

UniCity มีอาหารเสริมหลายชนิดหลากประเภท ซึ่งทางยูนิซิตี้ได้ทุ่มเททำการวิจัยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกมา เพื่อที่จะให้ผู้บริโภคที่มีใจรักสุขภาพมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ

"อย่าปล่อยให้โอกาส สำคัญหลุดลอยไป"

ศึกษาข้อมูลผ่าน WEBSITE นี้ เพื่อเข้าร่วมทีมงานต้นสาย ด่วน!
พร้อมรับ ระบบสนับสนุนในการทำงาน ปรึกษาธุรกิจ หรือ ติดต่อสอบถาม
คุณศุภิษฐฌาณ์ ราชเวช (ชุ)TEL. 08-4440-5755
คุณบุญชนะ ขนานแก้ว (ตุ้ม)TEL. 08-1904-0103
หรือ หากท่านไม่สะดวกติดต่อในตอนนี้ท่านสามารถฝากข้อมูลของท่านไว้ เพื่อรับการติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง

30 ตุลาคม 2553

ประโยชน์ของการ Detox

1. ช่วยทำความสะอาดลำไส้ อุจจาระ แบคทีเรียที่เป็นโทษต่อร่างกาย และสารพิษต่างๆจะถูกชะล้างออกไป ลดการสะสมสารพิษเหล่านี้ เมื่อสารพิษเหล่านี้ถูกกำจัดออกไปลำไส้จะ สามารถทำงานได้ตามปกติ

2. เป็นการบริหารกล้ามเนื้อลำไส้ ของเสียที่ตกค้างมีผลทำให้ลำไส้อ่อน แอลงและทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ การล้างลำไส้จึงเป็นการช่วยส่งเสริม กล้ามเนื้อลำไส้ให้ทำงานได้มากขึ้น โดยปกติลำไส้มีหน้าที่กำจัดของเสียก็อาจเป็นไปโดยไม่สมบูรณ์ กล้ามเนื้อลำไส้ที่แข็งแรงและทำงานได้ อย่างเป็นจังหวะจะช่วยทำให้การผลักดันของเสีย เช่น กากอาหารและ อุจจาระออกจากลำไส้ได้เร็วขึ้น และไม่เกิดสารตกค้างจนกลายเป็นพิษ

3. ทำให้ลำไส้มีขนาดเป็นปกติ เมื่อลำไส้ทำงานอย่างผิดปกติ จะส่งผลให้โครงสร้างและขนาดลำไส้เปลี่ยนไป ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา การสวนล้างลำไส้ ช่วยให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนตัว ช่วยลด อาการบวมหรือโป่งพองของลำไส้ อันเนื่องมาจากการที่มีของเสียอุดตัน บริเวณนั้น ทำให้ลำไส้มีรูปร่างปกติตามธรรมชาติ ซึ่งการรักษาทางยา ทานอาหารบางอย่างเฉพาะ บางรายท้องเดินระยะหนึ่งแล้วจะมีอาการท้องผูก อุจจาระแข็ง หรือการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ อาจทำให้ลำไส้กลับคืนสู่รูปทรงปกติได้เพียง ระยะสั้นเท่านั้น

4. กระตุ้นจุดตอบสนองของระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งอวัยวะทุก ส่วนจะมีการทำงานเชื่อมต่อกับลำไส้ โดยจุดตอบสนอง การล้างลำไส้เป็นการช่วยกระตุ้นจุดที่ว่านี้ซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกาย โดยรวม เช่น ตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ไต ต่อมน้ำเหลืองและการหมุนเวียน ของเลือด เป็นต้น

5. ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำ 60-70% การสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือแร่ ร่างกายโดยรวมจะ สามารถดูดซึมน้ำเหล่านั้นไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ เพื่อให้เซลล์เหล่านั้น ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับละลายและเจือจาง เมือกที่สะสมอยู่ในผนังลำไส้ให้ขับออกได้สะดวกขึ้น

เมื่อแบ่งตามกลุ่มอาการของโรค การ ดีท็อกซ์ สามารถช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ได้ดังนี้
-กลุ่มของโรคทางเดินอาหาร โรคท้องผูก , โรคลำไส้ระคายเคือง, โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ, อาการท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย, อาการมีกลิ่นปากเหม็น, ลิ้นเป็นฝ้า แผลเปื่อยในปาก
-กลุ่มของโรคภูมิต้านทาน โรคภูมิแพ้ , โรคหอบหืด, โรคลมพิษ ผื่นแพ้, ภาวะภูมิต้านทานต่ำ, โรคภูมิต่านทานไวเกินอื่นๆ เช่น รูมาตอยด์ SLE
-กลุ่มโรคความเสื่อมของร่างกาย ผิวพรรณเหี่ยวย่น , โรคข้อเสื่อม
-กลุ่มโรคมะเร็ง
-กลุ่มโรคทางจิตใจ โรคเครียด , โรคนอนไม่หลับ, โรคทางกายที่เกิดจากทางใจอื่นๆ

คลอโรฟิลล์ จาก อัลฟาฟ่า?

จากการวิเคราะห์คลอโรฟิลล์จากพืชกว่า 6,000 ชนิด ทั้งจากใต้น้ำถึงบนพื้นดิน พบว่า พืชที่ให้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์และดีที่สุด คือ อัลฟาฟ่า เท่านั้น
อัลฟาฟ่า จัดเป็นพืชจำพวกที่มีฝัก (Legumes) หรือพืชตระกูลถั่ว ใบเลี้ยงคู่และมีระบบรากที่มหัศจรรย์มาก ในบางพื้นที่ระบบรากของอัลฟาฟ่าสามารถชอนไชลงไปในดินถึงกว่า 130 ฟุต จึงทำให้สามารถหาอาหารได้มีประสิทธิภาพมากกว่าพืชชนิดอื่น ๆ อีกทั้งระบบการป้องกันตัวเอง หรือป้องกันสารพิษในเซลล์ของพืชอัลฟาฟ่าก็ดีกว่าพืชชนิดต่าง ๆ ชาวอาหรับโบราณรู้จักใช้ประโยชน์จากอัลฟาฟ่ามาตั้งแต่ 2,000 ปี ก่อนคริสตกาล โดยใช้เป็นพืชเลี้ยงสัตว์และใช้ใบมาตากแห้งชงเป็นชาบริโภค จึงถูกขนานนามให้เป็น AL-FAS-FAH-SHA หรือ ?ราชาแห่งอาหารทั้งมวล? ประโยชน์จากต้นอัลฟาฟ่า มักได้จากส่วนใบและลำต้น ซึ่งได้ถูกนำไปใช้สำหรับบำบัดอาการปวดข้อและอักเสบต่าง ๆ เช่น ปวดข้อ (ARTHRITIS) ไปจนกระทั่งถึงความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารและเซลล์ในตับถูกทำลาย นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่า อัลฟาฟ่า ยังสามารถช่วยให้เลือดสะอาดขึ้น

อัลฟาฟ่า เป็นพืชที่ให้กรดอะมิโนจำเป็ฯครบทั้ง 8 ชนิด ซึ่งได้แก่ กรดอะมิโนไอโซลิวซีน ลิวซีน ไลซีน เมไธโอนีน พีนิลอะลานีน เทรโอนีน ทริปโตฟาน และวาลีน และพบว่ากรดอะมิโนเหล่านี้ร่างกายของเราไม่สามารถสร้างเองได้ แต่จำเป็นต้องมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการสร้างเนื้อเยื่อต่าง ๆ นอกจากนี้ในอัลฟาฟ่ายังอุดมไปด้วยวิตามินเอ บี6 ดี อี เค เกลือแร่ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม และแคลเซียม
คลอโรฟิลล์ (CHLOROPHYLL) เกือบ 100 ปี แห่งการค้นพบ
คลอโรฟิลล์ คือสารประกอบที่ทำให้พืชมีสีเขียวและทำหน้าที่หลัก คือ สังเคราะห์แสง (Photosynthesis) โดยการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และแร่ธาตุต่าง ๆ จากดินให้กลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งให้ก๊าซออกซิเจนที่สำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์ คลอโรฟิลล์ธรรมชาติมีหลายชนิด บางชนิดสังเคราะห์แสงได้ในที่ที่มีแสงแดดเท่านั้น แต่บางชนิดสังเคราะห์แสงได้แม้ในที่ไม่มีแสง เช่น ในร่างกายของคน จึงมีการค้นคว้าเกี่ยวกับการทำงาน หรือปฏิกิริยาของคลอโรฟิลล์ต่อคน พบว่า คลอโรฟิลล์ที่อยู่ในเซลล์ของพืชทั่วไปจะถูกปกป้องและปิดกั้นด้วยผนังหรือเยื่อหุ้มเซลล์อีกทีหนึ่ง ทำให้ระบบย่อยอาหารปกติของร่างกายเราไม่สามารถบดย่อย เพื่อให้ได้สารคลอโรฟิลล์เพียงพอกับความต้องการของร่างกายได้ ถึงแม้ว่าเราจะบริโภคผักใบเขียวเป็นจำนวนมากอย่างไรในแต่ละวันก็ตาม อีกทั้งคลอโรฟิลล์โดยตัวมันเองละลายน้ำไม่ได้ จะละลายได้ในไขมัน หรือในบางรูปของแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราสามารถสกัดเอาเฉพาะสารคลอโรฟิลล์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์และบริสุทธิ์ โดยปราศจากการสูญเสียคุณค่าทางอาหารตามธรรมชาติ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีอย่างเต็มที่ และเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้ จึงดูดซึมได้ทันทีในกระเพาะอาหาร ในกรณีที่ร่างกายใช้ไม่หมด จะถูกขับทิ้งไปทางระบบขับถ่าย ไม่สะสมไว้ในร่างกาย ผิดกับคลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในไขมัน จะไม่ถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหาร แต่จะย่อยและดูดซึมที่ลำไส้เล็ก คลอโรฟิลล์ชนิดนี้เมื่อร่างกายใช้ไม่หมด จะถูกส่งต่อไปสะสมไว้ที่ตับ (liver) ในระยะเวลาหนึ่ง อาจเกิดอันตรายต่อตับได้ องค์การอาหารและยาสหรัฐจึงให้การรับรองเฉพาะคลอโรฟิลล์ที่ละลายน้ำได้ (WATER SOLUBLE CHLOROPHYLL) เท่านั้น ว่าปลอดภัยต่อการบริโภคของคน ถึงแม้ว่าจะบริโภคในปริมาณมากต่อวัน ก็ไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นก็มีเพียงอาการท้องเสียอย่างเบาบางกรณีเท่านั้น

ด้วยสูตรโครงสร้างของโมเลกุลที่ใกล้เคียงกับโมเลกุลของเม็ดเลือดแดง ต่างกันเฉาะตรงกลางที่คลอโรฟิลล์มีแมกนีเซียม(Mg) และเม็ดเลือดแดงมีเหล็ก (Fe) จึงทำให้สีของมันต่างกัน คือ คลอโรฟิลล์มีสีเขียว แต่เม็ดเลือดมีสีแดง จากจุดนี้เองที่ทำให้คลอโรฟิลล์ถูกเรียกว่า ?เลือดของพืช? (Blood of Plant) ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มากมาย สรุปตรงกันว่า คลอโรฟิลล์สามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงได้ จนทำให้ผู้วิจัยได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Prize) ไปแล้วถึง 2 ท่านด้วยกัน คือ ดร.ริชาร์ด วินสเตตเตอร์ (DR.RICHARD WINSTATER) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยออสเตรีย ในปี ค.ศ.1915 และ ดร.ฮันส์ ฟิชเชอร์ (DR.HANS FISHER M.D.) นายแพทย์ชาวเยอรมัน ในปีค.ศ. 1930 ผู้ซึ่งค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างเม็ดเลือดแดงและคลอโรฟิลล์

ในบางเงื่อนไขสามารถแทนที่ศูนย์กลางของคลอโรฟิลล์ด้วยเหล็ก (Fe) จากอาหารธรรมชาติบางประเภท ทำให้อัตราการเพิ่มของเม็ดเลือดแดงดีขึ้น ทั้งนี้แมกนีเซียม (Mg) ที่หลุดออกไปจากศูนย์กลางโมเลกุลของคลอโรฟิลล์ ก็จะทำหน้าที่พาแคลเซียม (Ca) 2Ca-Mg เข้าไปอุดรูพรุนกระดูกต่าง ๆ ทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้นในโพรงกระดูกซึ่งมีไขกระดูก (Bone Marrow) อยู่ ก็จะมีการสร้างเม็ดเลือดแดงได้ในปริมาณที่มากขึ้น (หน้าที่ของไขกระดูก คือสร้างเม็ดเลือดแดงและปรับระดับความเป็นด่างในกระแสเลือด) จากากรทำวิจัยขององค์การอาหารและยาสหรัฐกับผู้ป่วยแผลเปิด จำนวน 3,600 ราย พบว่า คลอโรฟิลล์ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ให้เร็วขึ้น ทำให้แผลหายเร็วกว่าปกติ 25% ขึ้นไปและรอยแผลเป็นลดขนาดลงกว่า 50% หรือมากกว่า จากกรณีนี้ จึงมีการวิจัยต่อเกี่ยวกับการรักษาอาการเจ็บป่วยภายในร่างกายอันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ขึ้น พบว่าผู้ป่วยทั้ง 1,227 ราย กลิ่นภายในหายหมดหลังจากใช้คลอโรฟิลล์ผ่านไป 2 สัปดาห์ จึงให้การรับรองว่าเป็นยาดับกลิ่นภายใน สามารถซื้อขายได้ตามร้านขายยาและอาหารเสริม ตั้งแต่ วันที่ 11 พฤษภาคม 1990

คลอโรฟิลล์ช่วยคุณได้อย่างไร?
จากประสบการณ์ของผู้ใช้-ผู้บริโภคทั่วโลก ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจของคลอโรฟิลล์ ดังนี้
- ช่วยให้เลือดสะอาด
- ช่วยให้ตับสะอาด เสริมการรักษาในผู่ป่วยตับอักเสบ
- เสริมธาตุเหล็กให้ร่างกาย
- ทำให้สดชื่น หายเหนื่อยจาการอ่อนเพลีย
- ลดความดันโลหิต ลดปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบตัน
- ทำให้ระดับน้ำตาลลดลงสำหรับคนไข้โรคเบาหวาน
- บรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ แพ้อากาศ โรคหืด ผื่นลมพิษ ค่อย ๆ ทุเลาจนหายได้
- ขับกรดจากข้อต่าง ๆ ทำให้อาการปวดข้อ ปวดเมื่อยตามตัวทุเลาและหายได้
- ขับสารพิษออกจากร่างกาย สารตกค้างของยาปฏิชีวนะ สารเคมีตกค้างในอาหาร ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานดี สุขภาพแข้งแรง สดชื่นขึ้น
- ป้องกันและระงับการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งและช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดแดง
- แก้ปัญหาคนท้องผูก ขับถ่ายดีขึ้น ริดสีดวงทวารทุเลาและหายได้
- ดับกลิ่นตัว กลิ่นปาก กลิ่นเท้า โดยเฉพาะผู้ชายที่ใส่ถุงเท้าแล้วเหม็น
- แก้ปัญหาอาการชา บวมและส้นเลือดขอดให้ทุเลาลงได้
- ชะลอความแก่ ทำให้มีอายุยืน
- ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ใช้รักษาแผลอักเสบ แผลเปื่อย แผลเรื้อรัง แผลถลอก แผลไฟไหม้ เหงือกอักเสบ แผลในปาก คออักเสบ โดยใช้ผงคลอโรฟิลล์โรยบนแผล จะทำให้แผลหายเร็ว
- บรรเทาอาการปวดศีรษะทั่วไป ปวดศีรษะไมเกรน
- ช่วยแก้ปัญหาเรื่องโรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ ช่วยสมานแผล
- แก้ปัญหาเรื่องสิว ฝ้า ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ
- ควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำหนัก คลอเรสเตอรอลในเลือด
- มีผลต่อสุขภาพตาในคนที่เป็นต้อกระจก ทำให้การมองเห็นดีขึ้น
- มีสารอาหารบำรุงเส้นผม ทำให้เส้นผมหงอกดำขึ้น ช่วยลดอาการผมร่วง
- ลดอาการเมาค้าง
- ได้ทดลองกับผู้ป่วยโรคเอดส์ เมื่อรับประทานคลอโรฟิลล์เข้าไปแล้ว ทำให้ร่างกายของผู้ป่วยมีระดับภูมิคุ้มกันดีขึ้นเป็นลำดับ

การล้างตับ(liver flush)

การล้างตับ (liver flush) วิธีการล้างตับโดยที่ไม่ต้องผ่า ไม่ต้องกินยา สามารถทำได้เองที่บ้านและได้ผลจริง ซึ่งจะช่วยเรื่องสิว ผิวพรรณและโรคต่างๆอีกมากมาย เป็นวิธีการที่ง่ายและมีประโยชน์กับร่างกายมาก 90% ของคนเราจะมีนิ่วในถุงน้ำดีและนิ่วในตับ ซึ่งนิ่วพวกนี้จะทำให้ประสิทธิภาพของตับในการดูดซับสารพิษจากอาหารหรือสิ่งที่เข้าไปในร่างกายลดลง เมื่อไม่มีนิ่ว ตับของคุณก็จะดูดซับสารพิษต่างๆที่เข้าไปในร่างกายได้เต็ม 100% จนกระทั่งันเกิดขึ้นมาอีก ไม่เว้นแม้แต่เด็กก็มีเหมือนกัน ถ้าตับของคุณเต็มไปด้วยนิ่วร่างกายก็จะต้องใช้กำลังส่วนอื่นขับมันออกไป ผิวของคุณก็รวมอยู่ในกระบวนการนี้ด้วย นิ่วพวกนี้เกิดจากการกินอาหารที่เป็นพิษกับร่างกาย การสูดเอาอากาศที่เป็นพิษเข้าไปในร่างกาย รวมทั้งน้ำดื่มที่เราดื่มเข้าไป
ถ้าคุณสามารถกำจัดนิ่วพวกนี้ออกไปจากร่างกาย อวัยวะต่างๆในร่างกายคุณก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพรวมทั้งช่วยทำให้ผิวพรรณดูดีขึ้น

อาหารรักษาสิว โดย รศ.พญ.วรัญญา บุญชัย

อาหารถือเป็นยาวิเศษที่ช่วยลดอัตราความเสี่ยงในการเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ สารอาหารที่ดีและมีคุณค่า นอกจากจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังสามารถลดการอักเสบของสิวติดเชื้อได้
สิวเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งถ้าไ่ม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะมีการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณท่อต่อมไขมัน โดยจะเห็นเป็นตุ่มนูนแดง หากอักเสบเพิ่มขึ้นจะกลายเป็นหัวหนอง และสิวหัวช้างในที่สุด
การอักเสบของสิวจะทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อภูมิต้านทานของร่างกายลดต่ำลง เช่น ในช่วงที่มีประจำเดือน อดนอน อยู่ในภาวะเครียด ดังนั้นการป้องกันการเกิดสิวที่ดีที่สุดคือ การปรับสภาพร่างกายให้สมดุล เพื่อสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคด้วยการออกกำลังกาย ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้วขึ้นไป หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ สารเสพติดของมึนเมา ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่ให้แร่ธาตุสังกะสีซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดอาการอักเสบและการติดเชื้อของสิว ทั้งยังช่วยให้แผลที่เกิดจากสิวหายเร็วขึ้น โดยการสร้างเนื้อเยื่อผิวใหม่ และซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียไป
นอกจากนั้น สารอาหารประเภทวิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีนในผักผลไม้สีส้ม แร่ธาตุโครเมียม และคลอโรฟิลล์ในผักสีเขียว ก็ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายได้เป็นอย่างดี

ที่มา
รายการโทรทัศน์พบหมอศิริราช

การล้างลำไส้ทำให้อาการสิวดีขึ้น

อีกหนึ่งวิธีที่สามารถลดการเกิดสิวได้ ซึ่งได้ข้อมูลจากการรวบรวมจากคนที่เคยทำการล้างลำไส้และช่วยให้อาการสิวดีขึ้น
วิธีการต่าง ๆ ที่นำมาเสนอนี้เป็นเพียงตัวอย่างของการทำความสะอาดระบบย่อยเท่านั้น จึงควรพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย วิธีที่จะกล่าวนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยทำความสะอาดระบบย่อยมาก่อนเลย และสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยระดับกลาง หรือทำความสะอาดเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดกับระบบย่อย ระยะห่างในการทำความสะอาดนี้โดยปกติแล้วจะอยู่ในช่วง 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง

1.Activated Charcoal
ช่วยบีบรัดลำไส้ให้ขับสารพิษออกไป และช่วยทำลายแบคทีเรียที่ไม่มีประโยชน์ออกไปทางอุจจาระ Activated Charcoal ให้รับประทาน 500-600 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง

2.Bentonite Clay
หากไม่สามารถหา Activated charcoal ได้ ก็สามารถใช้โคลน Bentonite แทนได้ ซึ่งเป็นโคลนที่สามารถรับประทานได้ ทำหน้าที่ช่วยให้ระบายโดยการดูดซึมน้ำและเปลี่ยนเป็นเจล และบีบรัดสารพิษเช่นพวกยาฆ่าแมลงให้รวมอยู่ในโคลนแล้วเคลื่อนออกไปทางลำไส้ โคลน Bentonite สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอาหารสุขภาพ โดยรับประทานโคลน 1 ช้อนโต๊ะก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง วันละ 2-3 ครั้ง

19 ตุลาคม 2553

ยูนิซิตี้

- บริษัทมีการวิจัยต่อยอดกันมากว่า 100 ปี
- รวมเอา 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก(Rexall and Enrich) มารวมกันเป็น Unicity มีความมั่นคงสูงมาก
- เป็นบริษัทที่มีรายได้มากที่สุดติด 1 ใน 3 ของโลก แล้วเข้า ตลาดหุ้น NASDEQ
- เปิดแล้วทั่วโลก 14 ประเทศ และกำลังจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ส่วนมากจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และกำลังพัฒนา
- หุ่นจำลองร่างกายมนุษย์ มี 2 ตัวในโลก ตัวนึงอยู่ที่องค์การอนามัยโลก อีกตัวนึงอยู่ที่เรา!!!
- แผนการตลาดที่ยุติธรรมที่สุด ใช้้เวลาน้อยในการประสบความสำเร็จ
- การขึ้นตำแหน่ง ใช้แค่ 3 สายงาน
- แนวโน้มธุรกิจ อีก 5-10 ปีข้างหน้ามาทางสุขภาพ
- Unicity เพิ่งเข้ามาในไทย แค่ 5 ปี เรายังอยู่ต้นสายและอยู่ในช่วงที่ดีที่สุด
- มีศูนย์จำหน่ายเพียงไม่กี่จังหวัดทั่วประเทศ เป็นโอกาสที่คุณจะตั้งศูนย์จำหน่ายของจังหวัด
- สามารถตกทอดเป็นมรดกได้
- ไม่ใช่งานขายที่ทุกคนกลัว คนที่ขายจะไม่รวยในธุรกิจนี้
- ผลิตภัณฑ์ของ Unicity สามารถใช้แทนยาเคมีได้ โดยที่ไม่มีผลข้างเคียง
- ได้เข้าไปบรรจุอยู่ในหนังสือคู่มือสั่งจ่ายยาของแพทย์ทั่วโลก(PDR)
- โรงพยาบาลในไทยนำผลิตภัณฑ์ของ Unicity เข้าไปสั่งจ่ายแทนยาเคมีหลายโรงพยาบาล เช่น บำรุงราษฎร์ กล้วยน้ำไท โรงพยาบาลเวชประสิทธ์(ขอนแก่น)

และที่สำคัญเรามีระบบสู่ความสำเร็จ UNIPOWER ซึ่งจะทำให้คุณประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว
- เป็นโรงเรียนสอนขั้นตอนในการทำธุรกิจ
- จัดทำสื่อและเครื่องมือช่วยในการทำธุรกิจ ในรูปแบบ cd, vcd, แคตตาล๊อคสินค้า
- จัดประชุม OPP, Super OPP, Training
- งานประดับเข็ม และประกาศเกียรติคุณ